วิจัยเผย “นอนกลางวันช่วงบ่าย” มีผลต่อสมองและหลอดเลือดมากกว่าที่คิด
.jpg?ip/crop/w1200h700/q80/webp)
หลายคนมองว่า “การงีบกลางวัน” เป็นวิธีพักผ่อนที่ช่วยเติมพลังระหว่างวัน แต่ผลวิจัยหลายชิ้นกลับพบว่า หากนอนกลางวันนานเกินไป โดยเฉพาะช่วงบ่าย อาจมีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง หรือ “สโตรก” ได้เช่นกัน
แม้การงีบสั้นๆ จะช่วยเพิ่มความสดชื่นและสมาธิ แต่การนอนกลางวันที่ยาวเกินจำเป็น อาจสะท้อนปัญหาสุขภาพบางอย่างที่ซ่อนอยู่
ผลวิจัยพบอะไร?
งานวิจัยจากหลายประเทศพบว่า คนที่งีบกลางวันนานกว่า 90 นาที มีแนวโน้มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองมากกว่าคนที่งีบสั้นประมาณ 1-30 นาที
นอกจากนี้ งานวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ยังพบว่า การงีบบ่อยและงีบนาน อาจสัมพันธ์กับ
- ความดันโลหิตสูง
- เบาหวาน
- ภาวะอักเสบในร่างกาย
- โรคหัวใจและหลอดเลือด
ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงของสโตรก
งีบกลางวัน “เท่าไหร่” ถึงพอดี?
ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนส่วนใหญ่แนะนำว่า การงีบที่เหมาะสมควรอยู่ประมาณ
- 10–30 นาที
- ไม่ควรงีบช่วงเย็น
- ควรงีบก่อนบ่าย 3 โมง
เพราะหากนอนนานเกินไป ร่างกายจะเข้าสู่ช่วงหลับลึก ทำให้ตื่นมาแล้วมึนงง อ่อนเพลีย และรบกวนนอนกลางคืน
ทำไมคนงีบนานถึงเสี่ยงสโตรก?
นักวิจัยมองว่า การงีบยาวอาจไม่ได้เป็น “สาเหตุโดยตรง” แต่เป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพ เช่น
- นอนกลางคืนไม่มีคุณภาพ
- ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
- ระบบเผาผลาญผิดปกติ
- โรคหัวใจหรือหลอดเลือด
บางคนที่ง่วงผิดปกติระหว่างวัน อาจมีปัญหาสุขภาพแฝงโดยไม่รู้ตัว
แล้วงีบกลางวันมีข้อดีไหม?
จริงๆ แล้ว “การงีบสั้น” มีประโยชน์หลายด้าน เช่น
- เพิ่มสมาธิ
- ลดอาการอ่อนล้า
- ช่วยเรื่องความจำ
- ลดความเครียด
บางงานวิจัยยังพบว่า การงีบสั้นเป็นครั้งคราว อาจช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้ด้วย
วิธีงีบกลางวันให้ปลอดภัย
- งีบไม่เกิน 30 นาที
- หลีกเลี่ยงการนอนหลังบ่าย 3
- ถ้าง่วงมากผิดปกติ ควรตรวจสุขภาพ
- นอนกลางคืนให้เพียงพอ 7-8 ชั่วโมง
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
บทสรุป
การนอนกลางวันไม่ใช่เรื่องผิด และการงีบสั้นๆ ยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่หากงีบนานเกินไป โดยเฉพาะเกิน 90 นาทีเป็นประจำ อาจมีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงโรคสโตรกและโรคหัวใจได้ งานวิจัยหลายชิ้นจึงแนะนำว่า “งีบพอดี” คือทางเลือกที่ดีที่สุดต่อสุขภาพในระยะยาว