วิจัยเผย “นอนกลางวันช่วงบ่าย” มีผลต่อสมองและหลอดเลือดมากกว่าที่คิด

วิจัยเผย “นอนกลางวันช่วงบ่าย” มีผลต่อสมองและหลอดเลือดมากกว่าที่คิด

หลายคนมองว่า “การงีบกลางวัน” เป็นวิธีพักผ่อนที่ช่วยเติมพลังระหว่างวัน แต่ผลวิจัยหลายชิ้นกลับพบว่า หากนอนกลางวันนานเกินไป โดยเฉพาะช่วงบ่าย อาจมีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง หรือ “สโตรก” ได้เช่นกัน

แม้การงีบสั้นๆ จะช่วยเพิ่มความสดชื่นและสมาธิ แต่การนอนกลางวันที่ยาวเกินจำเป็น อาจสะท้อนปัญหาสุขภาพบางอย่างที่ซ่อนอยู่


ผลวิจัยพบอะไร?

งานวิจัยจากหลายประเทศพบว่า คนที่งีบกลางวันนานกว่า 90 นาที มีแนวโน้มเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองมากกว่าคนที่งีบสั้นประมาณ 1-30 นาที

นอกจากนี้ งานวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ยังพบว่า การงีบบ่อยและงีบนาน อาจสัมพันธ์กับ

  • ความดันโลหิตสูง
  • เบาหวาน
  • ภาวะอักเสบในร่างกาย
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด

ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงของสโตรก


งีบกลางวัน “เท่าไหร่” ถึงพอดี?

ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนส่วนใหญ่แนะนำว่า การงีบที่เหมาะสมควรอยู่ประมาณ

  • 10–30 นาที
  • ไม่ควรงีบช่วงเย็น
  • ควรงีบก่อนบ่าย 3 โมง

เพราะหากนอนนานเกินไป ร่างกายจะเข้าสู่ช่วงหลับลึก ทำให้ตื่นมาแล้วมึนงง อ่อนเพลีย และรบกวนนอนกลางคืน


ทำไมคนงีบนานถึงเสี่ยงสโตรก?

นักวิจัยมองว่า การงีบยาวอาจไม่ได้เป็น “สาเหตุโดยตรง” แต่เป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพ เช่น

  • นอนกลางคืนไม่มีคุณภาพ
  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • ระบบเผาผลาญผิดปกติ
  • โรคหัวใจหรือหลอดเลือด

บางคนที่ง่วงผิดปกติระหว่างวัน อาจมีปัญหาสุขภาพแฝงโดยไม่รู้ตัว


แล้วงีบกลางวันมีข้อดีไหม?

จริงๆ แล้ว “การงีบสั้น” มีประโยชน์หลายด้าน เช่น

  • เพิ่มสมาธิ
  • ลดอาการอ่อนล้า
  • ช่วยเรื่องความจำ
  • ลดความเครียด

บางงานวิจัยยังพบว่า การงีบสั้นเป็นครั้งคราว อาจช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้ด้วย


วิธีงีบกลางวันให้ปลอดภัย

  • งีบไม่เกิน 30 นาที
  • หลีกเลี่ยงการนอนหลังบ่าย 3
  • ถ้าง่วงมากผิดปกติ ควรตรวจสุขภาพ
  • นอนกลางคืนให้เพียงพอ 7-8 ชั่วโมง
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

บทสรุป

การนอนกลางวันไม่ใช่เรื่องผิด และการงีบสั้นๆ ยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่หากงีบนานเกินไป โดยเฉพาะเกิน 90 นาทีเป็นประจำ อาจมีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงโรคสโตรกและโรคหัวใจได้ งานวิจัยหลายชิ้นจึงแนะนำว่า “งีบพอดี” คือทางเลือกที่ดีที่สุดต่อสุขภาพในระยะยาว